เปเรซ ตามคาดชนะเลือกตั้งนั่งปธ.ยาวถึงปี 2030

ไร้ข้อกังขา! ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย นั่งเก้าอี้ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ยาวถึงปี 2030

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ สถานการณ์นโยบายและทิศทางของสโมสรฟุตบอลที่ร่ำรวยและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกก้าวเข้าสู่ความชัดเจนอย่างเป็นทางการ เมื่อผลการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ประจำปี 2026 ได้รับการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ปรากฏว่าบิ๊กบอสผู้ทรงอิทธิพลวัย 79 ปี สามารถเอาชนะ เอนริเก้ ริเกลเม่ (Enrique Riquelme) นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ท้าชิงรายแรกในรอบสองทศวรรษ ไปได้อย่างขาดลอย ขยายเวลาการดำรงตำแหน่งกุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ต่อไปอีก 4 ปี หรือจนถึงปี 2030

การลงคะแนนเสียงครั้งประวัติศาสตร์นี้ถูกจัดขึ้น ณ อาคารแข่งขันบาสเกตบอลภายในศูนย์ฝึกซ้อม เรอัล มาดริด ซิตี้ (วัลเดเบบัส) เนื่องจากสนามเหย้าหลักอย่าง ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ถูกเช่าพื้นที่ใช้งานในการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในระหว่างการเสด็จเยือนประเทศสเปน โดยมีสมาชิกสโมสร (Socios) ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเดินทางมาใช้สิทธิ์กันอย่างล้นหลามจากทั้งหมดราว 98,000 คน

หลังจากการนับคะแนนที่ตึงเครียดและลากยาวเนื่องจากทีมงานของริเกลเม่ได้ยื่นคัดค้านคะแนนโหวตทางไปรษณีย์กว่า 1,000 ใบเนื่องจากปัญหาเรื่องตราประทับซ้ำซ้อน ผลคะแนนอย่างเป็นทางการถูกประกาศออกมาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (Junta Electoral) ดังนี้:

  • ฟลอเรนติโน่ เปเรซ: ได้รับคะแนนเสียง 21,741 โหวต (คิดเป็น 64.8%)
  • เอนริเก้ ริเกลเม่: ได้รับคะแนนเสียง 11,814 โหวต (คิดเป็น 35.2%)

ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้เปเรซได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเป็นอันดับที่สองที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของสโมสร ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถกวาดชัยชนะได้ในทุกๆ โต๊ะลงคะแนนเสียง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารถังเบียร์รายนี้ยังคงซื้อใจสมาชิกสโมสรได้ในทุกช่วงอายุอย่างเบ็ดเสร็จ

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เหตุใดสมาชิกมาดริดาชิต้ายังเลือก ความต่อเนื่อง?

แม้ว่าฤดูกาล 2025-26 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เรอัล มาดริด จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในสนามและห่างหายจากถ้วยรางวัลใหญ่ ทว่าในเชิงสถาบันและโครงสร้างธุรกิจ แฟนบอลและสมาชิกส่วนใหญ่ยังมองว่าไม่มีใครที่เหมาะสมจะนำพาเรอัล มาดริด ก้าวข้ามความท้าทายในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ได้ดีไปกว่าเปเรซ ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ:

เสถียรภาพทางการเงินระดับพันล้าน ภายใต้การบริหารของเปเรซ เรอัล มาดริด ประกาศผลประกอบการฤดูกาล 2024-25 ด้วยรายได้มหาศาลถึง 1.19 พันล้านยูโร และได้รับการประเมินจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกที่ 6.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ความมั่นคงตรงนี้ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องความเสี่ยงทางการเงินของฝั่งคู่แข่งตกไป

โปรเจกต์ “กาแลกติกอส” และการดึงบิ๊กเนมคืนถิ่น ระหว่างการหาเสียง เปเรซได้สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการประกาศปูทางต้อนรับการกลับมาคุมทีมรอบสองของ โชเซ่ มูรินโญ่ รวมถึงดีลเด่นๆ อย่าง อิบราฮิมา โกนาเต้ และ เดนเซล ดุมฟรีส์ รวมถึงการหยอดระเบิดลูกใหญ่ว่าเตรียมจะยื่นข้อเสนอทุบสถิติสโมสร 150 ล้านยูโร เพื่อล่ามิดฟิลด์ระดับซูเปอร์สตาร์ (ซึ่งสื่อคาดการณ์ว่าเป็น ควิช่า ควารัตส์เคเลีย) ในวันอังคารนี้ทันทีที่ชนะการเลือกตั้ง

การปกป้องโมเดลสโมสร ริเกลเม่พยายามโจมตีนโยบายของเปเรซเรื่องแผนการทำ Referendum เพื่อขายหุ้นสโมสร 5% โดยกล่าวหาว่าเปเรซพยายามจะแปรสภาพสโมสรให้เป็นเอกชน ทว่าเปเรซสามารถชี้แจงอย่างมีน้ำหนักว่าโมเดลที่สมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกัน (Member-owned model) จะยังคงอยู่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ และการประเมินมูลค่า 5% เป็นเพียงการสร้างมูลค่าที่จับต้องได้ให้กับสิทธิ์ของสมาชิกเท่านั้น

เสียงจากผู้ชนะและผู้แพ้ ก้าวต่อไปของราชันชุดขาว

หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนและได้รับการชูมือให้เป็นผู้ชนะ เปเรซได้ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงในการทักทายและร่วมถ่ายภาพกับสมาชิกสโมสรหลายร้อยคนที่มารอแสดงความยินดี ก่อนจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยความตื้นตันใจ

“นี่คือวันอันยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด ความจริงใจและความไว้ใจที่พวกคุณมอบให้ผมในวันนี้คือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด นับจากนี้ไปเราจะอยู่ใกล้ชิดกับสมาชิกสโมสรมากกว่ายุคไหนๆ และเราจะเริ่มทำงานเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในสนามกลับมาสู่เบอร์นาเบวทันทีในวันพรุ่งนี้” เปเรซ กล่าว

ทางด้าน เอนริเก้ ริเกลเม่ แม้จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งแรกของเขา แต่ก็นับว่าประสบความสำเร็จในการปลุกกระแสและแสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มต่อต้านและต้องการความเปลี่ยนแปลงอยู่ราว 35% ยืนยันยอมรับผลการแข่งขันและเข้าไปแสดงความยินดีกับเปเรซอย่างเป็นสุภาพบุรุษ

“สำหรับพวกเรา นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้น เรอัล มาดริด จะไม่จมอยู่กับการไม่มีการเลือกตั้งยาวนานถึง 20 ปีอีกต่อไป เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบการบริหารต้องการทางเลือกใหม่ๆ และเราจะกลับมาอีกครั้งในอนาคต” ริเกลเม่ กล่าวทิ้งท้าย

บทสรุป: การประกาศชัยชนะของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการการันตีว่านโยบายแนวทางระดับ “บิ๊กโปรเจกต์” ของเรอัล มาดริด จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไร้รอยต่อ สิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองลำดับถัดไปคือ “วันอังคารแห่งชาติ” ที่เปเรซสัญญาไว้ ว่าเขาจะเปิดฉากสงครามตลาดซื้อขายด้วยข้อเสนอทุบสถิติโลก 150 ล้านยูโร เพื่อต้อนรับการกลับมาของราชันชุดขาวโหมดดุดันยุค 2026-2030 อย่างเป็นทางการ

ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล ลาลีกา สเปน

สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลเทเลแกรม