มาร์กินโญส บอกคุ้มค่าเล่น PSG 13 ปีเข้าชิงฯ 3 ชปล.ครั้ง

13 ปีที่คุ้มค่า! มาร์กินโญส เปิดใจหลังพาเปแอสเชทลายกำแพงบุกถ้ำเสือใต้ สู่รอบชิงฯ ชปล. 2026

มาร์กินโญส ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของแฟนบอล ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เดินทางไปร่วม 4,000 คน ณ สนามฟุตบอล อารีน่า มิวนิค กัปตันทีมผู้ซื่อสัตย์อย่างได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกสุดตื้นตัน หลังพาสโมสรผ่านด่าน บาเยิร์น มิวนิค เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจอยู่รับใช้ทีมมานานกว่าทศวรรษคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต

ปราการหลังวัย 31 ปี ย้ายจากโรม่ามาสู่ถิ่นพาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ตั้งแต่ปี 2013 ในฐานะดาวรุ่ง จนถึงวันนี้เขาอยู่กับทีมมานานถึง 13 ปี ก้าวข้ามผ่านกระแสข่าวลือการย้ายทีมกับยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่า และผ่านกุนซือมาแล้วสารพัดรูปแบบ

เส้นทางที่ยาวไกล “มันเหลือเชื่อมาก! ตลอด 13 ปีที่นี่ นี่คือรอบรองชนะเลิศครั้งที่ 5 ของผม และตอนนี้เราได้เข้าชิงเป็นครั้งที่ 3 แล้ว” มาร์กินโญสกล่าวหลังเกมนัดที่สองที่บุกไปเสมอเสมอ บาเยิร์น มิวนิก 1-1 (รวมผลสองนัดชนะ 6-5) “ทุกคนเห็นแล้วว่าเราเดินทางมาไกลแค่ไหน มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากและยาวนาน แต่ผมภูมิใจที่เลือกอยู่ตรงนี้”

ความจงรักภักดีที่กินใจ ในขณะที่ซูเปอร์สตาร์หลายคนเลือกอำลาทีมไปหาความท้าทายใหม่ แต่มาร์กินโญสเลือกที่จะอยู่เป็น “เสาหลัก” ให้กับทีม “ผมเคยมีช่วงที่ได้เล่นน้อยและมีข้อเสนอเข้ามา (โดยเฉพาะบาร์ซ่าในปี 2016) แต่ทางเลือกแรกของผมไม่ใช่การหนีปัญหา ผมเลือกที่จะทำงานหนักเพื่อกลับมาสู่ระดับท็อป และวันนี้มันคือรางวัลของความพยายามนั้น”

มาร์กินโญส เส้นทางสู่บูดาเปสต์ มหาอำนาจยุโรปตัวจริง

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้การกุมบังเหียนของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและการเติบโตที่เหนือชั้นในฤดูกาล 2025-26 นี้

สยบยักษ์ใหญ่ การเอาชนะบาเยิร์น มิวนิก ทีมแกร่งจากเยอรมนีในรอบรองชนะเลิศ ด้วยแท็กติกที่รัดกุมและการเล่นร่วมกันเป็นทีม คือเครื่องพิสูจน์ว่าเปแอสเชในยุคนี้ไม่ใช่แค่ทีมรวมดารา แต่เป็น “ทีมเวิร์ก” ที่สมบูรณ์แบบ

ขุมกำลังที่ลงตัว แม้จะไม่มีสตาร์ล้นทีมเหมือนยุคก่อน แต่การมีนักเตะอย่าง อุสมาน เดมเบเล่, ควิตชา ควารัตสเคเลีย และการบัญชาการเกมรับของมาร์กินโญส ทำให้ทีมดูสมดุลและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

นัดชิงชนะเลิศที่รอคอย เปแอสเชมีคิวจะพบกับ อาร์เซน่อล ในรอบชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นการเข้าชิงติดต่อกันเป็นปีที่สอง (หลังจากปีที่แล้วพลาดท่าไป)

มรดกของมาร์กินโญสในฐานะ “ตำนาน”

นักวิจารณ์ฟุตบอลฝรั่งเศสมองว่า มาร์กินโญสคือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงในปารีส

ผู้นำทางจิตวิญญาณ เขาคือนักเตะเพียงคนเดียวที่ยังหลงเหลือมาจากชุดที่พ่ายแพ้ในนัดชิงฯ ปี 2020 ประสบการณ์และความเจ็บปวดเหล่านั้นถูกส่งต่อไปยังรุ่นน้องในทีม เพื่อสร้าง “DNA ผู้ชนะ” ที่แท้จริง

การปฏิรูปทีม ภายใต้ยุคของ หลุยส์ คัมโปส (ผู้อำนวยการกีฬา) และการสนับสนุนจากท่านประธานสโมสร มาร์กินโญสได้กลายเป็นศูนย์กลางของปรัชญาใหม่ที่เน้นความทุ่มเทและระเบียบวินัย

ความท้าทายสุดท้าย การชูถ้วย “บิ๊กเอียร์” ในฐานะกัปตันทีม คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่มาร์กินโญสต้องการ เพื่อตอกย้ำว่า 13 ปีที่เขาอุทิศให้สโมสรแห่งนี้คือประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“เป้าหมายของปารีสสูงส่งเสมอ สโมสรแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและปรัชญาที่ไม่เคยหยุดโต เราต้องการแสดง DNA ของเราในสนาม เพื่อคว้าใจแฟนบอลให้มากขึ้นเรื่อยๆ” — มาร์กินโญส ให้สัมภาษณ์กับ FIFA (พฤษภาคม 2026)

บทสรุป: การที่มาร์กินโญสพาเปแอสเชก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตของความภักดีและความมุ่งมั่นตลอด 13 ปี จากวันแรกที่เขาย้ายมาในฐานะดาวรุ่ง จนถึงวันนี้ในฐานะมหาอำนาจลูกหนังยุโรป มาร์กินโญสได้พิสูจน์แล้วว่าการเลือกอยู่เคียงข้างทีมในทุกช่วงเวลา คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขา

ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส

สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลเทเลแกรม