ไฮไลท์ฟุตบอล บอร์นมัธ vs ลิเวอร์พูล ล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่ระหว่าง บอร์นมัธ 3 – 2 ลิเวอร์พูล ชัด เร็ว 25 ม.ค. 2026

ไฮไลท์ฟุตบอล บอร์นมัธ vs ลิเวอร์พูล การแข่งขันศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 23 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ณ สนาม ไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอล “หงส์แดง” ต้องจดจำด้วยความเจ็บปวด เมื่อเจ้าถิ่น บอร์นมัธ โชว์จิตวิญญาณนักสู้ พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้อย่างเหลือเชื่อ 3-2 ในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้

ครึ่งแรกเริ่มเกมมา ลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าตามคาด แต่กลับเป็นฝ่ายโดนหมัดสวนกลับน็อกถึงสองครั้งรวด นาทีที่ 26 เอวานิลซอน ฉวยโอกาสจากจังหวะผิดพลาดของ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ซัดให้เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

ต่อมาเพียงไม่กี่นาที (นาทีที่ 33) ในขณะที่ลิเวอร์พูลเหลือ 10 คนชั่วคราวเพื่อรอเปลี่ยนตัว บอร์นมัธใช้ความได้เปรียบยิงหนีห่างจาก อเล็กซ์ ฆิเมเนซ ที่หลุดเข้าไปซัดผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ ทำประตูหนีห่างเป็น 2-0

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก (นาทีที่ 45+1) เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมหงส์แดงแก้ตัวได้สำเร็จด้วยการโหม่งลูกเตะมุมเข้าไป ให้ทีมไล่ตามมาเป็น 1-2 ก่อนพักครึ่งแรก

เข้าสู่ครึ่งหลัง อาร์เน่อ ชล็อต ปรับหมากส่งผู้เล่นสำรองลงมาเน้นรุกหนัก และในนาทีที่ 80 แฟนบอลทีมเยือนก็ได้เฮลั่นเมื่อ โดมินิก โซโบซไล บรรจงปั่นฟรีคิกสุดสวยเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงามให้ลิเวอร์พูลตีเสมอเป็น 2-2

เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลแบ่งแต้ม แต่แล้วในนาทีที่ 90+5 ดราม่าบังเกิดจากจังหวะทุ่มไกลของบอร์นมัธ บอลขลุกขลิกอยู่หน้าประตูและเป็น อามีน อัดลี่ ที่ไวกว่าใครเพื่อน จิ้มบอลเผาขนเข้าไปเป็นประตูชัยให้บอร์นมัธชนะไป 3-2 พร้อมกับเสียงนกหวีดจบเกมทันที

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้เป็นนัดแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์และพื้นที่ Top 4 เริ่มสั่นคลอน โดยตามหลังจ่าฝูงห่างออกไปอีก

ในขณะที่ บอร์นมัธ เก็บ 3 แต้มสำคัญขยับขึ้นสู่อันดับ 13 ของตาราง และถือเป็นชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลก

รายชื่อผู้ทำประตู

บอร์นมัธ : เอวานิลซอน (น.26), อเล็กซ์ ฆิเมเนซ (น.33), อามีน อัดลี่ (น.90+5)

ลิเวอร์พูล : เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (น.45+1), โดมินิก โซโบซไล (น.80)

ดูบอลเทเลแกรม