ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ ปราการหลังจอมเก๋าของ อินเตอร์ มิลาน ได้สร้างกระแสวิจารณ์และพูดถึงเรื่องราว “บาดหมาง” ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ อดีตกุนซือทีมชาติเซเรีย อิตาลี
ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ เปิดเผยว่าหลังจากที่สปัลเล็ตติเรียกตัวเขากลับมา เขาไม่ได้รับการติดต่อแจ้งการตัดชื่อออกอย่างเป็นทางการ และบอกว่าโค้ชเคยกล่าวในที่สาธารณะว่าเขา “อายุมากเกินไป” ซึ่งเป็นคำพูดที่เขามองว่าไม่จำเป็นและทำให้เขารู้สึกประณาม
ต่อมา เมื่อมีการโทรคุยกัน สปัลเล็ตติได้ “โทรมาเกือบกล่าวขอโทษ” แต่การเล่าเหตุการณ์ที่ตามมานั้นทำให้อแชร์บี้รู้สึกว่าเป็นเพียงการ “เรียกใช้เพียงนัดเดียว” และไม่ให้ความชัดเจนว่าต้องการให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวหรือไม่

เขากล่าวถึงว่า “ถ้าผมถูกเรียกมาแค่แมตช์เดียว แล้วจะถูกตัดออกอีก ผมไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลา”
สปัลเล็ตติในฝั่งของเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเมื่ออแชร์บี้ถอนตัว เขาไม่ได้อ้างเหตุบาดเจ็บ และบอกว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัวของนักเตะเอง
เขามองว่าการถูกเรียกตัวเพียงครั้งเดียวเพื่อแมตช์สำคัญ แล้วไม่ถูกวางแผนให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระยะยาว เป็นการใช้ประโยชน์เฉพาะหน้า
สปัลเล็ตติกล่าวในที่ประชุมว่าการถอนตัวของอแชร์บี้เป็นเรื่องของนักเตะเอง และยืนยันว่าเขาไม่ได้เผลอโยงเรื่องบาดเจ็บ โดยให้สัมภาษณ์ว่า “เราเคารพการตัดสินใจของเขา”
เรื่องของอแชร์บี้กับสปัลเล็ตติไม่ใช่เรื่องเฉพาะในสนามฟุตบอล มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรี ความเคารพ และการที่นักเตะอาวุโสอยากรู้สึกว่าเขายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่มีค่า เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นบทเรียนสำหรับวงการโค้ช-นักเตะ ว่าบางครั้งคำพูดและการสื่อสารมีพลังมากกว่าฟอร์มในสนาม



