ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่ระหว่าง นิวคาสเซิ่ล 2 – 2 สเปอร์ส ชัด เร็ว 3 ธ.ค. 2025
ไฮไลท์ฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล vs สเปอร์ส การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025 ณ สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เป็นอีกหนึ่งเกมที่เต็มไปด้วยความดราม่าและความตื่นเต้นจนถึงวินาทีสุดท้าย เมื่อ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถูก ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บุกมาตามตีเสมอได้ถึงสองครั้งสองครา จบลงด้วยผลเสมอสุดมันส์ 2-2 ทำให้ทั้งสองทีมต้องแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวังในครึ่งแรก จบด้วยสกอร์ 0-0 อย่างไรก็ตาม เกมกลับมาคึกคักอย่างบ้าคลั่งในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม
นาทีที่ 71 เจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน จากลูกยิงโค้งสุดสวยของกัปตันทีม บรูโน่ กีมาไรส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง ยิงจากนอกกรอบเขตโทษส่งบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบคม
แต่ “ไก่เดือยทอง” ใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการตีเสมอ นาทีที่ 78 คริสเตียน โรเมโร่ กัปตันทีมสเปอร์ส แก้ตัวจากจังหวะเสียประตูแรก ด้วยการโฉบโหม่งลูกเปิดของ โมฮัมเหม็ด คูดุส เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
ความดราม่ายังไม่จบ! นาทีที่ 86 นิวคาสเซิ่ล ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ โรดริโก้ เบ็นทานคูร์ ไปดึงตัว แดน เบิร์น ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น แอนโธนี่ กอร์ดอน ตัวสำรองที่ยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทำให้ “สาลิกาดง” นำ 2-1
ดูเหมือนว่าชัยชนะจะตกเป็นของเจ้าบ้านแล้ว แต่ในนาทีที่ 90+5 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คริสเตียน โรเมโร่ ก็กลายเป็นฮีโร่ เมื่อเตะลูกจักรยานอากาศจากจังหวะเตะมุมที่สกัดมาเข้าทาง บอลแฉลบกลุ่มผู้เล่นและค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ! เป็นประตูตีเสมอ 2-2 ที่สุดช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่น
จบเกมผลเสมอ 2-2 ถือเป็น 1 แต้มสำคัญสำหรับ สเปอร์ส ที่ก่อนหน้านี้ฟอร์มกำลังย่ำแย่ โดยเฉพาะการที่ คริสเตียน โรเมโร่ สวมบทฮีโร่พาทีมกลับมาได้จากความพ่ายแพ้ถึงสองครั้ง
ส่วนทาง นิวคาสเซิ่ล คงรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งที่พลาดโอกาสเก็บ 3 แต้มเต็มไปอย่างน่าเสียดายในนาทีสุดท้าย และต้องจำนนต่อความมหัศจรรย์ของลูกยิงจักรยานอากาศ ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลก
รายชื่อผู้ทำประตู
นิวคาสเซิ่ล : บรูโน่ กิมาไรส์ (น.71), แอนโธนี่ กอร์ดอน (น.86)
สเปอร์ส : คริสเตียน โรเมโร่ (น.78, น.90+5)



