ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง ปารากวัย 0 – 1 ฝรั่งเศส ชัด เร็ว 5 ก.ค. 2026
ไฮไลท์ฟุตบอล ปารากวัย vs ฝรั่งเศส มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นระบบน็อคเอาท์แพ้คัดออก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2569 (เข้าสู่ช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2569 เวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนาม เม็ทไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส รองแชมป์โลกครั้งก่อน ที่ฟอร์มยังคงร้อนแรง โคจรมาพบกับทัพ “ดาวกากบาท” ทีมชาติปารากวัย จอมตื๊อจากอเมริกาใต้ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยเกมรับอันเลื่องชื่อ เกมนี้เป็นไปตามคาดเมื่อฝรั่งเศสเปิดเกมบุกเข้าใส่แบบพับสนามบุก ขณะที่ปารากวัยแพ็กเกมรับอย่างเหนียวแน่น สุดท้ายเป็นความเด็ดขาดของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่สังหารจุดโทษเป็นประตูชัยช่วยให้ฝรั่งเศสเบียดชนะไปได้ 1-0 ฉลุยสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
เริ่มเกมในครึ่งแรก ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่ตามคาด แต่ปารากวัยภายใต้การคุมทีมของกุสตาโว อัลฟาโร วางหมากมาอย่างรัดกุม ใช้ระบบกองหลัง 5 ตัวบวกกับการไล่บีบพื้นที่อย่างเหนียวแน่น ทำให้ทัพ “ตราไก่” เจาะเข้าพื้นที่อันตรายได้ยาก แทบไม่มีโอกาสสับไกในระยะหวังผล ส่วนใหญ่ทำได้แค่ส่องไกลข้ามคานและติดบล็อก
เกมในครึ่งแรกค่อนข้างอึดอัดและมีการตัดฟาวล์หนักหลายหน โดยแบรดลีย์ บาร์โคล่า ปีกฝรั่งเศสโดนใบเหลืองไปตั้งแต่นาทีที่ 18 ท้ายที่สุดจบ 45 นาทีแรกไปด้วยผลเสมอ 0-0 ซึ่งกลายเป็นสถิติแมตช์น็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเพียงไม่กี่นัดตั้งแต่ปี 1966 ที่ไม่มีฝั่งใดสามารถยิงเข้ากรอบได้เลยในครึ่งเวลาแรก
เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 66 ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ปรับหมากส่ง เดซีเร ดูเอ้ ลงมาแทน บาร์โคล่า และได้ผลทันตาเห็น ดูเอ้ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกกองหลังปารากวัย 3 คนเข้าเขตโทษ ก่อนถูก ดิเอโก โกเมซ สกัดล้มลง ผู้ตัดสินเช็ก VAR และยืนยันให้เป็นจุดโทษแก่ฝรั่งเศส
ก่อนในนาทีที่ 69 คีเลียน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมรับหน้าที่สังหาร เขาใช้จังหวะสเต็ปหลอกก่อนแปบอลเสียบหน้าต่างมุมล่างขวาอย่างเยือกเย็น หลอก ออร์ลันโด กิล พุ่งไปคนละทาง ช่วยให้ฝรั่งเศสปลดล็อกขึ้นนำสำเร็จ 1-0
ช่วงท้ายเกม ปารากวัยพยายามเปลี่ยนตัวรุกทิ้งไพ่ตายส่ง กาเบรียล อาวาลอส และ มอริซิโอ ลงสนามเพื่อหวังทวงประตูคืน ทว่าแนวรับฝรั่งเศสยังคุมสถานการณ์ได้ดี ในช่วงทดเจ็บนาทีท้าย เอ็มบัปเป มีโอกาสหลุดไปยิงเบิ้ลลูกสองแต่ ออร์ลันโด กิล ผู้รักษาประตูปารากวัยโชว์ซูเปอร์เซฟสองจังหวะซ้อนได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้กิลคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยม (Player of the Match) ไปครองแม้ทีมจะพ่ายแพ้
จบเกม ฝรั่งเศส เอาชนะ ปารากวัย 1-0 ชัยชนะในนัดนี้ทำให้ ทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เดินหน้าผ่านเข้าสู่ รอบ 8 ทีมสุดท้าย (รอบก่อนรองชนะเลิศ) ได้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยพวกเขามีคิวจะเดินทางไปสมทบที่เมืองบอสตัน ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 เพื่อทำศึกบิ๊กแมตช์ล้างตากับ ทีมชาติโมร็อกโก (ที่ถล่มชนะแคนาดามา 3-0) ย้อนรอยคู่ปรับเก่าจากรอบรองชนะเลิศเมื่อปี 2022
ส่วน ปารากวัย ต้องยุติเส้นทางอันยอดเยี่ยมไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายท่ามกลางความภาคภูมิใจของแฟนบอลขุนพลอเมริกาใต้ ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball
รายชื่อผู้ทำประตู
ปารากวัย : –
ฝรั่งเศส : คีเลียน เอ็มบัปเป้ (น.69)



