ไฮไลท์ฟุตบอล โปรตุเกส vs โครเอเชีย ล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบ 32 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง โปรตุเกส 2 – 1 โครเอเชีย ชัด เร็ว 3 ก.ค. 2026

ไฮไลท์ฟุตบอล โปรตุเกส vs โครเอเชีย มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบ 32 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นระบบน็อคเอาท์แพ้คัดออก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2569 (เข้าสู่ช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2569 เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนาม โตรอนโต สเตเดียม รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ที่ผ่านมา เป็นมหากาพย์ลูกหนังบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง ระหว่าง “ทัพฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส นำโดยซูเปอร์สตาร์ค้างฟ้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปะทะกับ “ตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ภายใต้การนำทัพของจอมทัพระดับตำนาน ลูก้า โมดริช เกมนี้สู้กันได้อย่างดุเดือดและมีคุณภาพระดับห้าดาวตลอด 90 นาที ผลการแข่งขันสิ้นสุดลงด้วยความดราม่าถึงขีดสุด เป็นทัพ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่โกงความตายพลิกแซงเอาชนะทัพ “ตาหมากรุก” ไปได้อย่างหวุดหวิด 2-1 ทะยานเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปทำศึกบิ๊กแมตช์กับสเปน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับเทคโนโลยี VAR ในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้

เปิดฉากมาในครึ่งแรก โปรตุเกสเป็นฝ่ายครองบอลบุกและสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน ทว่าแนวรับของโครเอเชียยังคงเล่นกันได้อย่างมีวินัยและสกัดกั้นจังหวะอันตรายไว้ได้หมด ทำให้จบ 45 นาทีแรกไปด้วยผลเสมอ 0-0 ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของแฟนบอลตาหมากรุกใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทุกครั้งที่เขาสัมผัสบอล

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงนาทีที่ 53 โครเอเชียทำช็อกแฟนบอลฝอยทองเมื่อ โยซิป สตานิชิช เติมเกมขึ้นมาทางกราบขวาก่อนครอสบอลลึกไปเสาสองให้ อีวาน เปริชิช วิ่งสอดเข้ามาล้มตัวยิงผ่านมือ ดิโอโก้ คอสต้า เข้าไปให้โอยเชียออกนำ 1-0

หลังเสียประตู โปรตุเกสโหมบุกหนักและมาได้ส้มหล่นในนาทีที่ 67 เมื่อ นิโคลา วลาชิช ไปดึงฟาวล์ผู้เล่นโปรตุเกสในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปตรงกลางประตูอย่างเหนือชั้นในนาทีที่ 68 ช่วยให้ทีมตีเสมอ 1-1 และประตูนี้ยังเป็นประตูแรกในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกตลอดอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวอีกด้วย ก่อนที่โรนัลโด้จะถูกเปลี่ยนตัวออกไปพักในนาทีที่ 81

เกมทำท่าว่าจะต้องไปสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทว่าในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 ตัวสำรองอย่าง วิตินญ่า เปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษ และเป็น กอนซาโล รามอส ที่เทกตัวโหม่งเต็มแรงส่งบอลตุงตาข่าย พาโปรตุเกสแซงนำ 2-1

แต่เรื่องราวยังไม่จบลงง่ายๆ ในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน โครเอเชียได้เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษ บอลขลุกขลิกก่อนที่ มาริโอ ปาชาลิช จะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย แฟนบอลโครเอเชียเฮลั่นสนาม ทว่าผู้ตัดสินได้รับการแจ้งเตือนจากห้อง VAR และใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 2 นาทีครึ่ง ก่อนจะตัดสินริบประตูคืนเนื่องจากมีจังหวะล้ำหน้า

หลังจบเกม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือโปรตุเกสเปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากมุมมองสายตา แต่เป็นเพราะ “ชิปอัจฉริยะ” (Sensor) ที่ฝังอยู่ในลูกบอลจับสัญญาณการสัมผัสได้อย่างชัดเจน ทำให้โปรตุเกสรอดพ้นการเสมอมาราวปาฏิหาริย์ ยุติเส้นทางฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของ ลูก้า โมดริช ไว้ที่รอบนี้

หลังสิ้นเสียงนกหวีด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้สวมกอดอำลา ลูก้า โมดริช อดีตเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด อย่างซาบซึ้ง นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมพร้อมโชว์เสื้อหมายเลข 21 ของ ดิโอโก้ โชต้า เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่เพื่อนร่วมชาติที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีที่แล้ว

สำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมชาติโปรตุเกส จะต้องโคจรไปพบกับ ทีมชาติสเปน ที่เพิ่งถล่มออสเตรียมา 3-0 โดยจะแข่งขันกันในวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2026 สรรสร้างศึก “อิเบเรียน ดาร์บี้แมตช์” ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball

รายชื่อผู้ทำประตู

โปรตุเกส : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (น.68), กอนซาโล รามอส (น.90+4)

โครเอเชีย : อีวาน เปริชิช (น.53)

ดูบอลเทเลแกรม