ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบแบ่งกลุ่ม คู่ระหว่าง ตุรกี 0 – 1 ปารากวัย ชัด เร็ว 20 มิ.ย. 2026
ไฮไลท์ฟุตบอล ตุรกี vs ปารากวัย มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบแบ่งกลุ่ม D นัดที่ 2 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 (ช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ที่ผ่านมา เป็นเกมชี้ชะตาของทัพ “ไก่งวง” ทีมชาติตุรกี ที่นัดแรกแพ้ออสเตรเลียมา 0-2 ลงสนามดวลเดือดกับทัพ “อัลบิโรฆา” ทีมชาติปารากวัย ที่นัดแรกโดนสหรัฐฯ ถล่มมา 1-4 โดยแมตช์นี้ฟาดแข้งกันที่สนาม ซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย สเตเดียม (ลีวายส์ สเตเดียม) เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลปรากฏว่า เกิดล็อกถล่มครั้งใหญ่เมื่อปารากวัยที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก รวมใจกันเล่นเกมรับสุดชีวิต ก่อนเบียดเอาชนะตุรกีไปได้ 1-0 ส่งผลให้ปารากวัยเก็บ 3 แต้มสำคัญต่อลมหายใจได้สำเร็จ ส่วนตุรกีแพ้ 2 นัดรวด กลายเป็นชาติที่สองต่อจากเฮติในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
ครึ่งแรกเริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 64 วินาที ปารากวัยก็พังประตูช็อกแฟนบอลตุรกี 1-0 จากจังหวะที่ ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ไหลบอลสั้นให้ มาติอัส กาลาซาร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งตั้งป้อมตะบันไกลด้วยเท้าซ้ายระยะร่วม 27 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดเลียดเสียบหน้าต่างโคนเสาขวาเข้าไปอย่างสุดสวย ชนิดที่ อูซูร์จัน ชาคียร์ พุ่งสุดตัวก็เอื้อมไม่ถึง และประตูนี้กลายเป็นประตูที่ทำได้เร็วที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 ทำลายสถิติ 71 วินาทีของ อิสมาเอล ไซบารี (โมร็อกโก) ที่ทำไว้ในวันเดียวกันลงได้อย่างเหลือเชื่อ
ถัดมาไม่ถึงสองนาที มาติอัส กาลาซาร์ คนเดิมไปเจตนาตัดเกมหนักใส่ผู้เล่นตุรกี ทำให้ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองแรกของเกมทันที
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ มิเกล อัลมิรอน แนวรุกคนสำคัญของปารากวัย ไปมีปากเสียงกระทบกระทั่งกับ เมิร์ต มุลดูร์ กองหลังตุรกี ทว่าเจ้าตัวดันเจตนาเอามือไปปิดปากคู่กรณี ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงภายใต้มาตรการและกฎระเบียบวินัยใหม่ที่ฟีฟ่านำมาใช้ในทัวร์นาเมนต์นี้ ผู้ตัดสินเช็ก VAR ย้อนหลังก่อนจะชูใบแดงโดยตรงไล่ออกทันที ทำให้ปารากวัยต้องเหลือ 10 คนในครึ่งหลัง จบครึ่งแรก ปารากวัย ออกนำ ตุรกี 1-0
เริ่มช่วงครึ่งหลัง ตุรกีที่ตัวผู้เล่นมากกว่าพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว วินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือตุรกีแก้เกมรวดเดียวส่งทั้ง บาริช อัลแปร์ ยิลมาซ, เดนิซ กูล และ จาน อูซุน ลงมาอัดแดนหน้า ทว่าเกมนี้ ออร์แลนโด กิล นายทวารปารากวัยโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ บินปัดลูกยิงฟรีคิกของ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู และลูกชาร์จจ่อ ๆ ของ ยูนุส อัคกุน ไว้ได้หมด
ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ตุรกีน่าได้ประตูตีเสมอแบบที่สุด จากลูกยิงไกลของ อาร์ดา กูแลร์ บอลแฉลบหัวกองหลังปารากวัยเปลี่ยนทางลอยข้ามตัว ออร์แลนโด กิล ไปชนคานดังสนั่น บอลกระดอนมาเข้าทาง เดนิซ กูล ได้ซ้ำจ่อ ๆ ระยะไม่กี่หลา แต่กองหลังปารากวัยยังเอาตัวสไลด์พุ่งมาบล็อกลูกยิงไว้ได้บนเส้นประตูอย่างปาฏิหาริย์ จบเกมปารากวัยต้านอยู่ชนะไป 1-0
จบเกมการแข่งขัน ปารากวัย ชนะ ตุรกี 1-0 เป็นชัยชนะที่แลกมาด้วยเลือดและเกมรับอันแข็งแกร่ง ส่วนตุรกีจบทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยสถิติสุดช้ำ ยิงประตูไม่ได้เลยจากการยิงรวมกันถึง 62 ครั้งในสองแมตช์แรก ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นทีมสองที่ตกรอบอย่างเป็นทางการ
สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ตุรกี จะลงเล่นเพื่อเกียรติยศพบกับ สหรัฐอเมริกา ส่วน ปารากวัย จะต้องไปทำศึกชี้ชะตาแย่งตั๋วเข้ารอบรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ ออสเตรเลีย ต่อไป ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball
รายชื่อผู้ทำประตู
ตุรกี : –
ปารากวัย : มาติอัส กาลาซาร์ (น.2)



