The Special One Part II? โชเซ่ มูรินโญ่ ติดโผ 1 ใน 3 แคนดิเดตคุมทัพเรอัล มาดริด หลัง ‘เปเรซ’ มองหาตัวแทนอาร์เบลัว
โชเซ่ มูรินโญ่ กลายเป็นกระแสที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังสเปนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2025-26 เมื่อมีรายงานระบุว่า ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะดึงตัวกลับมากู้กู้วิกฤตในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกครั้ง โดยเขากลายเป็น 1 ใน 3 กุนซือมากประสบการณ์ที่เป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งนี้
ตามรายงานของสื่อชั้นนำอย่าง The Athletic และ Marca ระบุว่า บอร์ดบริหารของเรอัล มาดริด กำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเทรนเนอร์ในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากผลงานของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว กุนซือขัดตาทัพที่พาทีมตามหลังบาร์เซโลน่าถึง 11 แต้มในตารางลาลีกา ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

คนคุ้นเคยที่เปเรซไว้ใจ เปเรซยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมูรินโญ่ นับตั้งแต่เขาอำลาทีมไปในปี 2013 และมองว่ามูรินโญ่คือ “ผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติก” ที่สามารถเข้ามาจัดระเบียบห้องแต่งตัวที่กำลังระส่ำระสาย และสร้างวัฒนธรรมผู้ชนะให้กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง
เงื่อนไขสัญญาที่เอื้ออำนวย ปัจจุบันมูรินโญ่คุมทีม เบนฟิก้า ในโปรตุเกส แต่มีรายงานว่าในสัญญามีค่าฉีกสัญญา (Break clause) เพียงประมาณ 3 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เล็กน้อยมากสำหรับเรอัล มาดริด หากต้องการดึงตัวเขากลับมาจริง
1 ใน 3 แคนดิเดต นอกจากมูรินโญ่แล้ว ยังมีรายงานว่ากุนซือระดับท็อปอีก 2 รายที่เป็นตัวเต็งคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ (ที่กำลังพักผ่อน) และ ซีเนดีน ซีดาน (ที่อาจกลับมาเป็นคำรบที่สาม) แต่ชื่อของมูรินโญ่ดูจะมาแรงที่สุดในแง่ของ “การสร้างระเบียบวินัยใหม่”
โชเซ่ มูรินโญ่ เหตุผลเบื้องหลัง ทำไมต้องเป็นคนนี้?
สถานการณ์ของเรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2025-26 ตกอยู่ในจุดต่ำสุดครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ
ไร้แชมป์ติดมือ หลังจากยุคของ ชาบี อลอนโซ่ (ที่ถูกปลดไปก่อนหน้านี้) และการเข้ามาของอาร์เบลัว ทีมยังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เลย และส่อแววจะจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า
ปัญหาในห้องแต่งตัว สื่อระบุว่านักเตะระดับซูเปอร์สตาร์หลายคนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการทำทีมปัจจุบัน ซึ่งเปเรซเชื่อว่าตัวตนที่แข็งแกร่งของมูรินโญ่จะสามารถสยบปัญหานี้ได้
การตอบโต้บาร์เซโลน่า ในยุคที่บาร์เซโลน่าของฮันซี่ ฟลิค กำลังครองความยิ่งใหญ่ เปเรซต้องการกุนซือที่มีจิตวิทยาในการทำสงครามประสาทและสามารถหยุดยั้งความร้อนแรงของคู่ปรับตลอดกาลได้ ซึ่งไม่มีใครทำได้ดีไปกว่า “The Special One”
เหรียญสองด้านของการหวนคืน
แม้แฟนบอลบางส่วนจะตื่นเต้นกับการกลับมาของมูรินโญ่ แต่เหล่านักวิจารณ์ก็มองเห็นความท้าทายครั้งใหญ่
ผู้ชนะหรือผู้แพ้? มูรินโญ่ในวัย 63 ปี ถูกตั้งคำถามว่าแท็กติกของเขายังคงทันสมัยเพียงพอสำหรับฟุตบอลยุคปี 2026 หรือไม่ แต่ฟอร์มการพาเบนฟิก้าลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขายังมีไฟอยู่เต็มเปี่ยม
ผลกระทบต่อนักเตะ แข้งอย่าง เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ และ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ถูกมองว่าเป็นนักเตะสไตล์ที่มูรินโญ่โปรดปราน แต่ในทางกลับกัน นักเตะที่มีความเป็นศิลปินสูงอาจจะต้องเจอกับความเข้มงวดที่พวกเขาไม่คุ้นเคย
คำปฏิเสธล่าสุด เมื่อวันที่ 29 เมษายน มูรินโญ่เพิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมกับเบนฟิก้าว่า “ตอนนี้ผมโฟกัสแค่การพาเบนฟิก้าไปแชมเปี้ยนส์ลีก” แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการกลับมาดริดอย่างเด็ดขาด โดยกล่าวเพียงว่า “ในฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้”
“เรอัล มาดริด ต้องการคนที่มีบุคลิกที่ยิ่งใหญ่พอที่จะแบกรับความกดดันที่เบร์นาเบว และมูรินโญ่คือคนนั้นเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน” — บทวิเคราะห์จากสื่อสเปน (29 เมษายน 2026)
บทสรุป: การที่ชื่อของ โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมาอยู่ในข่ายพิจารณาของ ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าเรอัล มาดริด กำลังต้องการ “ยาแรง” เพื่อรักษาอาการป่วยของทีม แม้จะมีความเสี่ยงในแง่ของความขัดแย้งที่อาจตามมา แต่ด้วยความสำเร็จในอดีตและบารมีที่ล้นเหลือ มูรินโญ่อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เปเรซมองว่าคุ้มค่าที่จะเดิมพันเพื่อทวงบัลลังก์แชมป์ลาลีกากลับคืนมาในฤดูกาลหน้า
ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล ลาลีกา สเปน
สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง



