โรซีเนียร์ สิงห์สรุปแล้วประกาศไล่ออกอย่างเป็นทางการ

สถิติสุดอัปยศรอบ 114 ปี! เชลซี สั่งเด้ง เลียม โรซีเนียร์ พ้นเก้าอี้ หลังพ่าย 5 นัดรวดแบบยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว

เลียม โรซีเนียร์ กลายเป็นข่าวช็อกวงการฟุตบอลอังกฤษเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (22 เมษายน 2026) เมื่อ “สิงโตน้ำเงินคลัง” เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตัดสินใจประกาศปลดออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชอย่างเป็นทางการ หลังจากพาทีมดิ่งเหวทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่าศตวรรษ ด้วยการแพ้รวด 5 นัดติดต่อกันในลีกโดยไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้เลยแม้แต่ประตูเดียว

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บอร์ดบริหารของเชลซีทนไม่ไหว คือความพ่ายแพ้ยับเยินต่อ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 0-3 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของสกอร์ แต่มันคือการจารึกสถิติที่แฟนบอลอยากจะลืม

สถิติเลวร้ายย้อนรอยปี 1912 เชลซีแพ้ 5 นัดรวดในลีกโดยยิงประตูไม่ได้เลยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1912 (ปีที่เรือไททานิคล่ม) หรือคิดเป็นเวลานานถึง 114 ปีที่สโมสรไม่เคยตกต่ำขนาดนี้

จบสิ้นยุค 106 วัน โรซีเนียร์ที่ถูกดึงมาแทนที่ เอนโซ มาเรสก้า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลายเป็นกุนซือถาวรที่คุมทีมสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยอยู่ในตำแหน่งเพียงแค่ 106 วันเท่านั้น ทั้งที่มีสัญญายาวไปจนถึงปี 2032

แถลงการณ์จากสโมสร “ผลการแข่งขันและประสิทธิภาพของทีมต่ำกว่ามาตรฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของฤดูกาล สโมสรจึงตัดสินใจยุติบทบาทของเลียม โรซีเนียร์ เพื่อความมั่นคงและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น”

เลียม โรซีเนียร์ เส้นทางสู่จุดจบ 5 นัดอาถรรพ์ที่ยิงใครไม่ได้

ลำดับเหตุการณ์ความพ่ายแพ้ 5 นัดรวดในพรีเมียร์ลีกที่ทำให้โรซีเนียร์ต้องกระเด็นจากตำแหน่ง

แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-2 (เหย้า)

แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (เยือน)

แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เยือน)

แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า)

แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 (เยือน)

ความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตันคือจุดจบที่แท้จริง เพราะเชลซีไม่สามารถหาโอกาสยิงประตูได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วง 30 นาทีแรกของเกม สะท้อนถึงภาวะ “สมองตื้อ” ในเกมรุกอย่างรุนแรง

เมื่อ LinkedIn Liam ไม่ตอบโจทย์โปรเจกต์ BlueCo

ทำไมกุนซือที่ถูกยกย่องว่าเป็น “คนหนุ่มอนาคตไกล” ถึงล้มเหลวไม่เป็นท่าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์?

บารมีไม่ถึงสตาร์ค่าตัวแพง รายงานจากสื่อระบุว่า โรซีเนียร์ไม่สามารถคุมห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยนักเตะค่าตัวมหาศาลได้ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับนักเตะตัวหลักอย่าง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ที่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับแท็กติกของเขา

สไตล์ฟุตบอลที่เน้นระเบียบมากเกินไป สื่ออังกฤษตั้งฉายาให้เขาว่า “LinkedIn Liam” จากการที่เขามักจะใช้คำพูดสวยหรูแบบองค์กรในการแถลงข่าว แต่ในสนามกลับไม่มีความยืดหยุ่นและการเข้าทำที่หลากหลายพอที่จะทำประตูคู่แข่ง

สถานการณ์ถัดไป เชลซีแต่งตั้ง คาลัม แม็คฟาร์เลน โค้ชทีมชุดใหญ่ขึ้นมารับหน้าที่ “กุนซือชั่วคราว” จนจบฤดูกาล โดยภารกิจสำคัญคือการคุมทีมลงเล่นศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อกอบกู้หน้าตาครั้งสุดท้ายของฤดูกาล

“นี่คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของเชลซีในยุคพรีเมียร์ลีก การปลดโรซีเนียร์อาจเป็นทางออกที่เจ็บปวด แต่มันคือสิ่งจำเป็นก่อนที่ทีมจะถอยหลังไปไกลกว่านี้” — บทวิเคราะห์จากสื่อกีฬาชื่อดัง (22 เมษายน 2026)

บทสรุป: การแยกทางกับ เลียม โรซีเนียร์ คือเครื่องยืนยันถึงความล้มเหลวในการเลือกผู้นำโปรเจกต์ของ BlueCo อีกครั้ง เชลซีในตอนนี้อยู่อันดับ 7 ของตารางและส่อแววพลาดตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นปีที่ 3 จาก 4 ฤดูกาลหลังสุด แฟนบอลสิงห์บลูส์ได้แต่หวังว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปจะเป็น “คนที่ใช่” เสียที หลังจากต้องเปลี่ยนกุนซือเป็นว่าเล่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลเทเลแกรม