ไฮไลท์ฟุตบอล ไครัต อัลมาตี้ vs เรอัล มาดริด ล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คู่ระหว่าง ไครัต อัลมาตี้ 0 – 5 เรอัล มาดริด ชัด เร็ว 1 ต.ค. 2025

ไฮไลท์ฟุตบอล ไครัต อัลมาตี้ vs เรอัล มาดริด ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปน แสดงศักดาความเป็นเจ้าแห่งยุโรปอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการบุกไปถล่มเอาชนะทีมน้องใหม่ ไครัต อัลมาตี้ ถึงคาซัคสถาน ด้วยสกอร์ขาดลอย 5-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบลีกเฟส นัดที่ 2 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยมี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ สตาร์คนใหม่ของทีมเป็นพระเอกทำแฮตทริกในเกมนี้

ประตูเบิกร่อง (นาทีที่ 25) เรอัล มาดริด ได้ประตูขึ้นนำจากการทำฟาวล์ในเขตโทษโดยผู้รักษาประตูวัย 18 ปีของไครัตอย่าง เชอร์คาน คัลมูร์ซ่า ทำให้เป็นจุดโทษ และเป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น ขึ้นนำ 1-0

ประตูที่สอง (นาทีที่ 52) ในช่วงต้นครึ่งหลัง เอ็มบัปเป้ ได้โอกาสหลุดเดี่ยวจากจังหวะเตะเปิดยาวของนายทวาร ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ก่อนจะชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างนิ่มนวล นับเป็นประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 4 ในรายการนี้

แฮตทริกและสถิติ (นาทีที่ 73) เอ็มบัปเป้ ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขาทำประตูที่สามของตัวเองจากจังหวะที่ อาร์ดา กูแลร์ พลิกบอลจ่ายให้บริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนที่ดาวยิงชาวฝรั่งเศสจะซัดด้วยความเฉียบคม เป็นแฮตทริกที่สมบูรณ์แบบ และทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ยิงครบ 60 ประตูในรายการนี้ ด้วยวัยเพียง 26 ปี

ประตูที่สี่ (นาทีที่ 83) เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ตัวสำรองที่ลงมา ได้โหม่งทำประตูที่ 4 ให้ทีม หลังได้รับการเปิดบอลที่แม่นยำ

ประตูปิดท้าย (ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ) บราฮิม ดิอาซ ปิดท้ายชัยชนะอย่างเด็ดขาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ยิงเรียดเข้ามุมอย่างสวยงาม ทำให้ เรอัล มาดริด บุกมาคว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 5-0

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาให้กับ เรอัล มาดริด ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งร่วมเมือง แอตเลติโก มาดริด ในลาลีกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขามีผลงานชนะ 2 นัดรวดในรอบลีกเฟส และขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตารางชั่วคราว ส่วน ไครัต อัลมาตี้ แม้จะพ่ายแพ้เป็นนัดที่สอง แต่ก็ได้ประสบการณ์อันล้ำค่าในการเผชิญหน้ากับสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุโรป

ผู้ทำประตู :

เรอัล มาดริด : คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (น.25, น.52, น.73), เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า (น.83), บราฮิม ดิอาซ (น.90+2)

ดูบอลเทเลแกรม