ไฮไลท์ฟุตบอล ลาลีกา สเปน คู่ระหว่าง เรอัล มาดริด 2 – 1 อลาเบส ชัด เร็ว 22 เม.ย. 2026
ไฮไลท์ฟุตบอล เรอัล มาดริด vs อลาเบส การแข่งขันศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน (Spanish LaLiga) ฤดูกาล 2025-26 เกมสัปดาห์ที่ 33 ของฤดูกาล ในคืนวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 (ช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 22 เมษายน เวลา 02.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) ที่ผ่านมา ณ สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในที่สุดสาวก “มาดริดิสต้า” ก็ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อ เรอัล มาดริด สามารถปลดล็อกชัยชนะได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเบียดเอาชนะ เดปอร์ติโบ อลาเบส ไปอย่างสนุก 2-1 ยุติสถิติไม่ชนะใครติดต่อกัน 4 นัดลงได้ พร้อมรักษาความหวังในการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ลาลีกากับบาร์เซโลน่าและทำแต้มไล่จี้เหลือเพียง 6 คะแนน ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
เกมในช่วงแรกเป็นไปอย่างอึดอัด แฟนบอลในเบร์นาเบวเริ่มมีเสียงโห่กดดันหลังจากทีมรักทำประตูไม่ได้ในช่วง 20 นาทีแรก จนกระทั่งนาทีที่ 30 ความพยายามของทัพ “โลส บลังโกส” ก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้โอกาสสับไกยิง บอลแฉลบกองหลังอลาเบสเล็กน้อยก่อนจะพุ่งซุกก้นตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลังในนาทีที่ 50 วินิซิอุส จูเนียร์ โชว์ทักษะความสามารถเฉพาะตัว ลากตัดจากทางซ้ายก่อนจะบรรจงปั่นด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ทีมนำห่างเป็น 2-0
จังหวะหวาดเสียว อลาเบสเกือบได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 82 เมื่อ เกบาร่า ได้โหม่งจ่อๆ แต่บอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 ทีมเยือนมาได้ประตูปลอบใจจาก โทนี่ มาร์ติเนซ ที่ยิงผ่านมือ อันเดรีย ลูนิน เข้าไป 2-1 แต่ก็ไม่ทันการณ์ จบเกม “ราชันชุดขาว” คว้า 3 แต้มสำคัญไปได้สำเร็จ
ชัยชนะนัดนี้เป็นการหยุดสถิติไม่ชนะใคร 4 นัดติดต่อกันของเรอัล มาดริด หลังจากเพิ่งตกรอบยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยฝีมือของบาเยิร์น มิวนิค มาในช่วงกลางเดือน 3 คะแนนในนัดนี้ทำให้เรอัล มาดริด มี 73 คะแนน จาก 33 นัด ตามหลังจ่าฝูงบาร์เซโลน่าอยู่ 6 แต้ม
ในขณะที่ อลาเบส สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากพวกเขายังคงอยู่อันดับที่ 17 ของตาราง มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball
รายชื่อผู้ทำประตู
เรอัล มาดริด : คีเลียน เอ็มบัปเป้ (น.30), วินิซิอุส จูเนียร์ (น.50)
อลาเบส : โทนี่ มาร์ติเนซ (น.90+2)



