ไฮไลท์ฟุตบอล สเปน vs ซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด

ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบแบ่งกลุ่ม คู่ระหว่าง สเปน 4 – 0 ซาอุดีอาระเบีย ชัด เร็ว 22 มิ.ย. 2026

ไฮไลท์ฟุตบอล สเปน vs ซาอุดีอาระเบีย มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบแบ่งกลุ่ม H นัดที่ 2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 22.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ที่ผ่านมา เป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่ทัพ “ลา โรฆา” ทีมชาติสเปน แชมป์ยุโรปทีมล่าสุดที่เกมนัดแรกช็อกแฟนบอลเสมอกับ เคปเวิร์ด มา 0-0 กลับมาเล่นด้วยความมุ่งมั่นดวลกับทัพ “เหยี่ยวสีเขียว” ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ยอดทีมจากเอเชีย โดยฟาดแข้งกันที่สนาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลปรากฏว่า สเปนภายใต้การนำของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ (ซึ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 65 ปีในวันแข่งขันพอดี) โชว์ฟอร์มได้อย่างไร้ที่ติ ดุดันตั้งแต่นาทีแรก บุกทะลวงจนได้ 3 ประตูตั้งแต่ก่อนช่วงพักเบรกคูลลิ่งเบรกแรก ก่อนจะจบเกมเอาชนะซาอุดีอาระเบียไปอย่างท่วมท้น 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม H ได้สำเร็จ ส่วนซาอุดีอาระเบียยังมี 1 คะแนนเท่าเดิม ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้

ครึ่งแรกเริ่มเกมได้ไม่นาน แฟนบอลสเปนได้เฮลั่นสนามในนาทีที่ 10 เมื่อ มิเกล โอยาร์ซาบาล ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนจะครอสบอลเรียดตัดแนวรับซาอุฯ เข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลหลุดมาถึง ลามีน ยามาล วิ่งสอดเข้ามาแปเปลี่ยนทางสวนตัว โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส เสียบก้นตาข่ายอย่างเฉียบคม ประตูนี้ส่งให้ยามาลจารึกสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 8 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก (18 ปี 343 วัน) และอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของสเปน เป็นรองเพียง กาบี เท่านั้น

สเปนที่โหมบุกอย่างต่อเนื่องขยับสกอร์เพิ่มในนาทีที่ 21 จากความผิดพลาดของแนวรับซาอุฯ ที่เคลียร์บอลกันไม่ขาดในเขตโทษ บอลขลุกขลิกมาเข้าทาง มิเกล โอยาร์ซาบาล พุ่งเข้ามาจิ้มบอลระยะเผาขนตุงตาข่าย สเปนหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมาอีกเพียง 3 นาที สกอร์ไหลเป็นน้ำซัด จากจังหวะต่อบอลกดดันอย่างหนัก บอลทะลักมาหน้าปากประตูอีกครั้งและยังเป็น มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่สัญชาตญาณกองหน้ายอดเยี่ยม หาตำแหน่งซัดจ่อ ๆ เข้าประตูไป ให้สเปนนำห่างถึง 3-0 ก่อนช่วงพักดื่มน้ำ และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบครึ่งแรก

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 4 นาที สเปนได้ประตูปิดกล่อง จากลูกเตะมุมที่แนวรับซาอุฯ โหม่งสกัดออกมาเข้าทาง มาร์ก กูกูเรญ่า วิ่งมาตวัดวอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ อัล-โอวาอิส พุ่งปัดทิ้งได้ในจังหวะแรก ทว่าบอลดันพุ่งไปแฉลบหน้าแข้งของ ฮัสซัน อัล-ตัมบักติ ปราการหลังซาอุฯ เปลี่ยนทางย้อนศรเข้าประตูตัวเองไป (Own Goal)

ช่วงทดเจ็บท้ายเกมนาทีที่ 90+5 เมื่อ เฟอร์รัน ตอร์เรส ตัวสำรองที่ลงมาในครึ่งหลัง ส่งบอลซุกก้นตาข่ายไปแล้ว ทว่าผู้ตัดสินส่งสัญญาณเช็ก VAR ย้อนหลังอย่างเคร่งเครียด ก่อนจะริบคืนเนื่องจากตอร์เรสอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น จบเกมสเปนชนะไปอย่างเด็ดขาด 4-0

จบเกมการแข่งขัน สเปน ชนะ ซาอุดีอาระเบีย 4-0 ฟื้นคืนชีพเก็บ 3 แต้มแรกในทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ โดยสเปนสร้างสรรค์โอกาสยิงได้ถึง 20 ครั้ง และครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องไปลุ้นเหนื่อยในแมตช์สุดท้าย

สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม H ทัพ “กระทิงดุ” สเปน จะลงสนามศึกบิ๊กแมตช์ตัดแต้มแย่งแชมป์กลุ่มกับ อุรุกวัย ในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ส่วนทางด้าน ซาอุดีอาระเบีย จะต้องเดินทางไปเล่นเกมชี้ชะตาเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ เคปเวิร์ด ต่อไป ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball

รายชื่อผู้ทำประตู

สเปน : ลามีน ยามาล (น.10), มิเกล โอยาร์ซาบาล (น.21, น.24), ฮัสซัน อัล-ตัมบักติ (OG น.49)

ซาอุดีอาระเบีย :

ดูบอลเทเลแกรม