ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบแบ่งกลุ่ม คู่ระหว่าง สวิตเซอร์แลนด์ 4 – 1 บอสเนีย ชัด เร็ว 19 มิ.ย. 2026
ไฮไลท์ฟุตบอล สวิตเซอร์แลนด์ vs บอสเนีย มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบแบ่งกลุ่ม B นัดที่ 2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 (ช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ที่ผ่านมา ณ สังเวียน ลอสแอนเจลิส สเตเดี้ยม (โซไฟ สเตเดี้ยม) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการเจอกันของสองทีมยุโรปที่ต้องการชัยชนะนัดแรกในทัวร์นาเมนต์ ระหว่างทัพ “นาฬิกา” ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่นัดแรกเสมอกับกาตาร์มา 1-1 ลงสนามพบกับทัพ “มังกรแดง” ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่นัดแรกเจ๊ากับเจ้าภาพแคนาดามา 1-1 โดยฟาดแข้งกัน เกมนี้นิ่งสนิทมาตลอด 73 นาทีแรก ก่อนจะระเบิดดราม่ากลายเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่มีการทำประตูท้ายเกมมากที่สุด โดยสวิตเซอร์แลนด์อาศัยความเฉียบคมของตัวสำรองและการที่บอสเนียฯ เหลือ 10 คน ไล่ถล่มเอาชนะไปอย่างขาดลอย 4-1 คว้า 3 แต้มสำคัญทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม B ทันที ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
เปิดฉากครึ่งแรก สวิตเซอร์แลนด์เป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่เป็นส่วนใหญ่และพยายามหาช่องเจาะวินัยเกมรับอันยอดเยี่ยมของบอสเนียฯ ขณะที่ทัพมังกรแดงรอจังหวะสวนกลับเร็วคุกคามอยู่เป็นระยะ ทว่าจังหวะสุดท้ายของทั้งสองทีมยังขาดความเฉียบคม ทำให้จบ 45 นาทีแรกไปแบบอึดอัดไร้สกอร์ เสมอกันอยู่ 0-0
กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง สวิตเซอร์แลนด์ยกระดับเกมรุกขึ้นมาอย่างชัดเจน แดน เอ็นดอย เกือบพังประตูได้จากจังหวะจักรยานอากาศสุดสวยแต่โดนปฏิเสธโดย นิโคลา วาซิลจ์ นายทวารบอสเนียฯ จนกระทั่งนาทีที่ 71 มูรัต ยาคิน กุนซือสวิสตัดสินใจถอดแดน เอ็นดอย ออกแล้วส่ง โยฮัน มานซัมบี ดาวรุ่งวัย 20 ปีจากไฟร์บวร์กลงสนาม และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
ประตูปลดล็อกนาทีที่ 74 หลังจากอยู่ในสนามได้เพียงแค่ 166 วินาที บอลจากจังหวะเคลียร์สกัดไม่ขาดของกองหลังบอสเนียฯ ลอยมาเข้าทาง โยฮัน มานซัมบี กระโดดหวดวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแรงเสียบหน้าต่างตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบคมทำให้ออสเตรีย เอ้ย สวิตเซอร์แลนด์ ออกนำ 1-0
สถานการณ์ของบอสเนียฯ ย่ำแย่ลงไปอีกในนาทีที่ 80 เมื่อ ตาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังตัวเก่ง เจตนาตัดฟาวล์สไลด์จากด้านหลังใส่ บรีล เอ็มโบโล่ ที่กำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเลควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ทัพบอสเนียฯ เหลือ 10 คน
พอตัวผู้เล่นเหนือกว่า สวิตเซอร์แลนด์ก็เดินหน้าฆาตกรรมหมู่ทันทีในนาทีที่ 84 (นำ 2-0) เมื่อ บรีล เอ็มโบโล่ ดึงจังหวะในกรอบเขตโทษก่อนปาดบอลข้ามฟากไปให้ รูเบน วาร์กัส ซัดโป้งเดียวด้วยขวาเรียดซุกก้นตาข่าย และในนาทีที่ 90 (นำ 3-0) จาก รูเบน วาร์กัส สลับบทบาทมาเป็นคนจ่ายปาดคัตแบ็กให้ โยฮัน มานซัมบี เจ้าเดิมวิ่งมาแปเล่นทางเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเยือกเย็น เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้
ช่วงทดเจ็บยาวนาน ดราม่ายังไม่จบในนาทีที่ 90+2 บอสเนียฯ 10 คนได้ประตูปลอบใจจากตัวสำรอง เอลมิน มาห์มิช วิ่งมากดวอลเลย์สวนตัว เกรกอร์ โคเบล เข้าไปให้ทีมไล่มา 3-1 แต่ถัดมาในนาทีที่ 90+6 สวิตเซอร์แลนด์มาได้จุดโทษปิดกล่องจากจังหวะที่ ฌิบริล โซว์ โดนสกัดคว่ำในเขตโทษ และเป็นกัปตันทีม กรานิต ชาก้า รับหน้าที่สังหารด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด จบเกม สวิตเซอร์แลนด์ ถล่ม บอสเนียฯ 4-1
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนนจาก 2 นัด ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม B โอกาสผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายสดใส โดยนัดสุดท้ายขอเพียงแค่ผลเสมอในการดวลกับเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา ก็จะการันตีการเข้ารอบทันที ส่วน บอสเนียฯ มี 1 คะแนนเท่าเดิม ต้องไปลุ้นชนะ กาตาร์ ในนัดสุดท้ายเพื่อต่อลมหายใจ ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball
รายชื่อผู้ทำประตู
สวิตเซอร์แลนด์ : โยฮัน มานซัมบี (น.74, น.90), รูเบน วาร์กัส (น.84), กรานิต ชาก้า (น.90+6)
บอสเนีย : เอลมิน มาห์มิช (น.90+2)



