ไฮไลท์ฟุตบอล บอลโลก 2026 แข่งที่ทวีปอเมริกาเหนือ รอบแบ่งกลุ่ม คู่ระหว่าง สกอตแลนด์ 0 – 1 โมร็อกโก ชัด เร็ว 20 มิ.ย. 2026
ไฮไลท์ฟุตบอล สกอตแลนด์ vs โมร็อกโก มหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบแบ่งกลุ่ม C นัดที่ 2 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 (ช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ที่ผ่านมา เป็นศึกตัดแต้มสำคัญเพื่อโอกาสการันตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ ระหว่างทัพ “ตาร์ตัน” ทีมชาติสกอตแลนด์ ที่นัดแรกเก็บ 3 แต้มเต็มมาได้ ดวลเดือดกับทัพ “สิงโตแอตลาส” ทีมชาติโมร็อกโก ยอดทีมจากแอฟริกาที่นัดแรกยันเสมอ บราซิล มา 1-1 โดยแมตช์นี้ฟาดแข้งกันที่สนาม บอสตัน สเตเดียม (จิลเล็ตต์ สเตเดียม) รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแฟนบอลเต็มความจุ 64,146 คน ผลปรากฏว่า สกอตแลนด์โดนทีเด็ดลูกยาวพังประตูตั้งแต่ 71 วินาทีแรกของเกม และแม้ว่าครึ่งหลังจะโหมบุกหนักแต่ก็ทวงประตูคืนไม่สำเร็จ พ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บแสบ 0-1 ส่งผลให้โมร็อกโกเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงร่วมกับบราซิล ส่วนสกอตแลนด์หยุดอยู่ที่ 3 คะแนน ต้องไปเล่นนัดชี้ชะตาชี้ตายกับทัพแซมบ้าในเกมนัดสุดท้าย ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 71 วินาที (1 นาที 11 วินาที) โมร็อกโกก็พังประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะวางบอลยาวมาจากแดนตัวเองโดย บราฮิม ดีอาซ แนวรับสกอตแลนด์อย่าง แกรนท์ แฮนลีย์ เช็กไลน์พลาดปล่อยให้ อิสมาเอล ไซบารี วิ่งสอดทะลุกับดักล้ำหน้าไปพักบอลลงอย่างนิ่ง ก่อนตะบันด้วยขวาเต็มข้อส่งบอลพุ่งแสกหน้า แองกัส กันน์ เสียบสามเหลี่ยมมุมบนอย่างงดงาม ช็อคแฟนบอลตาร์ตันทั้งสนาม และประตูนี้นับเป็นประตูที่ทำได้เร็วที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2026 ทุบสถิติเดิมของ มิชาล ซาดิเล็ค (เช็กเกีย) ที่ทำไว้ 5 นาที 8 วินาทีลงราบคาบ
โมร็อกโกเน้นเกมรับเหนียวแน่นและเพรสซิ่งหนัก จนนาทีที่ 23 ในจังหวะที่ อิสซา ดิย็อป ปราการหลังร่างยักษ์ต้องยอมตัดฟาวล์รุนแรงใส่ เช อดัมส์ เพื่อหยุดเกมรุก สกอตแลนด์ ทำให้โดนใบเหลืองแรกของเกมไป จบ 45 นาทีแรกโมร็อกโกออกนำสกอตแลนด์อยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลังมาได้ 5 นาที โมร็อกโกเกือบฝังเจ้าถิ่นสนิท บิลาล เอล คันนุส ลากสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนตวัดหักกลับมาให้ อิสมาเอล ไซบารี วิ่งเข้ามาแปเน้น ๆ บอลพุ่งผ่านมือ แองกัส กันน์ ไปแล้วแต่แฉลบปลายเท้า แจ็ค เฮนดรี้ เปลี่ยนทางไปชนคานดังสนั่นชวดได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย
ทัพตาร์ตันเริ่มติดเครื่องนาทีที่ 64 เมื่อ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ โชว์ความขยันแย่งบอลได้ในแดนหน้าก่อนจ่ายถวายพานให้ ไรอัน คริสตี้ ที่วิ่งเติมขึ้นมาโล่ง ๆ ได้สับไกยิงจังหวะเดียวเน้น ๆ ทว่ากลับซัดโด่งข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ ทำเอา สตีฟ คลาร์ก กุนซือสกอตแลนด์ถึงกับเอามือกุมขมับ
ดราม่าเดือดในนาทีที่ 70 จังหวะปัญหาท้ายเกมที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ลุยฝ่าวงล้อมกองหลังโมร็อกโก 3 คนเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน นีล เอล อายนาอุย แหย่ขาขวางจนล้มคว่ำลงไป ผู้เล่นสกอตแลนด์รุมประท้วงจะเอาจุดโทษอย่างหนัก ทว่าผู้ตัดสินและห้อง VAR กลับปล่อยเบลอค้านสายตาแฟนบอล ทำให้แม็คโทมิเนย์ถึงกับทรุดลงไปนั่งกุมขมับด้วยความไม่เชื่อสายตา
จบเกมการแข่งขัน โมร็อกโก เฉือนชนะ สกอตแลนด์ 1-0 ด้วยประตูโทนตั้งแต่ต้นเกมของ ไซบารี แดนกลางของโมร็อกโกคุมจังหวะเกมได้เหนือกว่า ขณะที่สกอตแลนด์ปืนฝืดอย่างน่าใจหาย ตลอดทั้งเกมไม่สามารถยิงตรงกรอบ (0 Shots on Target) ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ต้องยอมจำนนในแมตช์นี้
สำหรับโปรแกรมนัดถัดไปซึ่งเป็นเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C จะเตะพร้อมกันในวันพุธที่ 24 มิถุนายน ทัพ “ตาร์ตัน” สกอตแลนด์ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมรุกใส่ บราซิล เพื่อเก็บแต้มยื้อตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายให้ได้ ส่วน โมร็อกโก เจองานเบากว่าพบกับ เฮติ เพื่อลุ้นแชมป์กลุ่มต่อไป ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลกได้ที่ 168dooball
รายชื่อผู้ทำประตู
สกอตแลนด์ : –
โมร็อกโก : อิสมาเอล ไซบารี (น.2)



