ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่ระหว่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 1 – 4 แมนฯ ยูไนเต็ด ชัด เร็ว 9 ธ.ค. 2025
ไฮไลท์ฟุตบอล วูล์ฟแฮมป์ตัน vs แมนฯ ยูไนเต็ด การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2025 เป็นการลงสนามนัดสำคัญที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ซึ่ง “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลการแข่งขันเป็นไปตามคาดเมื่อทีมเยือนจากเมืองแมนเชสเตอร์ โชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ไล่ถล่มเจ้าบ้านไปอย่างขาดลอย 4-1 เก็บ 3 แต้มสำคัญ พร้อมขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตามโปรแกรม ตารางบอลวันนี้
ครึ่งแรกเกมนี้แม้เจ้าบ้าน “หมาป่า” ที่มีสถานการณ์ในตารางไม่สู้ดี จะพยายามเปิดเกมสู้ แต่ความเฉียบคมและประสบการณ์ของทีมเยือนก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 25 จากลูกยิงของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ทะลุเข้าไปกดเต็มข้อ
อย่างไรก็ตาม วูล์ฟแฮมป์ตันก็ไม่ยอมง่ายๆ และมาตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้อย่างทันควันในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+2 จาก ฌอง-ริกเนอร์ เบลล์การ์ด ทำให้เกมกลับมาสู่จุดเริ่มต้นก่อนพักครึ่ง
ช่วงครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาพร้อมความดุดันที่เพิ่มขึ้น และใช้เวลาเพียง 6 นาที ก็ออกนำอีกครั้งเป็น 2-1 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยมที่จบด้วยการยิงของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่
โมเมนตัมเปลี่ยนมาอยู่ฝั่งทีมเยือนอย่างสมบูรณ์ และประตูที่สามก็มาในนาทีที่ 62 เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส โชว์วิสัยทัศน์เปิดบอลให้ เมสัน เมาท์ สอดขึ้นมาแปจ่อๆ ไม่พลาดเป็น 3-1
และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส คนเดิมที่มาปิดฉากชัยชนะอันงดงามในนาทีที่ 82 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ และตอกย้ำชัยชนะให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 4-1
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บเพิ่มเป็น 25 คะแนน ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 6 และตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์เพียง 1 แต้มเท่านั้น
ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ต้องจมอยู่ท้ายตารางต่อไปและสร้างสถิติแพ้ในลีก 8 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ไม่พลาดรับชม ไฮไลท์ฟุตบอล แบบเรียลไทม์และ ผลบอลสด รวดเร็วอัพเดตว่องไว 24 ชั่วโมงจากทั่วมุมโลก
รายชื่อผู้ทำประตู
วูล์ฟแฮมป์ตัน : ฌอง-ริกเนอร์ เบลล์การ์ด (น.45+2)
แมนฯ ยูไนเต็ด : บรูโน่ แฟร์นันด์ส (น.25, น.82), ไบรอัน เอ็มเบอโม่ (น.51), เมสัน เมาท์ (น.62)



