ซานเชซ เอ็นรีเก้ออกโรงเตือนมือกาวของเชลซีทีหลังอย่าปากแซ่บอีก

ครึ่งโหลพ้นทาง! เอ็นรีเก้ สวนคืนสุดแสบถึง โรเบิร์ต ซานเชซ คราวหลังอย่าปากแจ๋ว หลังเปแอสเชขยี้เชลซีเละคาถ้วย UCL

โรเบิร์ต ซานเชซ กลายเป็นประเด็นดราม่าเดือดพล่านข้ามฟากจากลอนดอนสู่ปารีส เมื่อ หลุยส์ เอ็นรีเก้ นายใหญ่จอมแท็กติกของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกโรงให้สัมภาษณ์แบบ “กรีดมีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ตอกกลับผู้รักษาประตูของเชลซีแบบเจ็บแสบ หลังจบเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ที่ทัพเปแอสเชบุกไปถล่มสิงห์บลูส์คาบ้าน 3-0 รวมผลสองนัดผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์มหาโหด 8-2

ชนวนเหตุของสงครามน้ำลายครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นก่อนการจับสลากรอบน็อคเอาท์ เมื่อ โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารชาวสเปนของเชลซี ได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงท้าทายอย่างรุนแรงว่าเขาอยากเจอเปแอสเชมากที่สุด เพื่อที่จะได้ “เขี่ยพวกเขากระเด็นตกรอบ” และย้ำว่า “คราวนี้พวกเขาจะไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น” คำพูดดังกล่าวถูกนำไปตีแผ่ในสื่อฝรั่งเศสอย่างหนัก และดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็น “เชื้อไฟ” ชั้นดีที่ปลุกเร้าลูกทีมของเอ็นรีเก้ให้ระเบิดฟอร์มเก่งออกมาในทั้งสองนัดที่พบกัน

หลังจากนัดแรกที่ปารีสจบลงด้วยชัยชนะของเปแอสเช 5-2 เกมนัดที่สองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ (17 มีนาคม 2026) กลับกลายเป็นฝันร้ายซ้ำสองของซานเชซและเชลซี

เปิดหัวไว เพียงนาทีที่ 6 ควิชา ควารัตสเคเลีย ซัดให้ทีมเยือนนำก่อน 1-0

ซ้ำเติมแผลเดิม บราดลีย์ บาร์โคล่า บวกเพิ่มนาทีที่ 15 ก่อนที่ดาวรุ่งอย่าง เซนนี่ มายูลู จะมายิงปิดกล่องนาทีที่ 62

สถิติสุดอัปยศ สกอร์รวม 8-2 ถือเป็นการพ่ายแพ้ในรอบน็อคเอาท์ที่ยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเชลซี เทียบเท่ากับนัดที่แพ้บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2020

โรเบิร์ต ซานเชซ วาทะเด็ดเอ็นรีเก้ ฟุตบอลเล่นด้วยเท้า ไม่ใช่ปาก

หลังจบเกมที่ลอนดอน หลุยส์ เอ็นรีเก้ ถูกสื่อจี้ถามถึงคำพูดของซานเชซก่อนหน้านี้ และกุนซือชาวสเปนก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการตอบโต้แบบผู้ดีแต่เจ็บลึก

“ผมมักจะสอนนักเตะเสมอว่าความเคารพคือสิ่งสำคัญที่สุดในฟุตบอล บางครั้งการพูดให้น้อยลงและทำงานให้มากขึ้นบนสนามคือทางเลือกที่ดีกว่า” เอ็นรีเก้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ผมหวังว่าผลต่าง 6 ประตู (8-2) นี้จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนพอ และเป็นบทเรียนที่ดีว่าคราวหลังอย่าเพิ่งรีบ ‘ปากแจ๋ว’ ก่อนที่เสียงนกหวีดจะจบลง”

เอ็นรีเก้ยังเสริมอีกว่าเขารู้สึกภูมิใจที่นักเตะของเขาตอบโต้คำวิจารณ์ด้วย “ฟุตบอลที่มีคุณภาพ” และความเยือกเย็นในสนาม มากกว่าการไปโต้เถียงผ่านสื่อ

อนาคตที่สวนทาง

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งสองฝ่าย

เปแอสเช ก้าวเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในฐานะ “เต็งหนึ่ง” และดูเหมือนว่าระบบของเอ็นรีเก้จะลงตัวที่สุดในรอบหลายปี

เชลซี (ยุค เลียม โรเซนิออร์) ต้องกลับไปทบทวนโปรเจกต์ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลให้พิจารณาอนาคตของซานเชซที่ “พูดเยอะแต่เซฟน้อย” ในเกมสำคัญ

บทสรุป: สงครามประสาทครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะอันเบ็ดเสร็จของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ และปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขณะที่ โรเบิร์ต ซานเชซ คงต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและคำถากถางไปอีกนาน ในฐานะบทเรียนราคาแพงของนักเตะที่ “หาเรื่องใส่ตัว” ก่อนลงสนามจริง

ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส

สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลเทเลแกรม