เชื่อมั่นในเอติฮัด! โรดรี้ ประกาศก้อง แมนฯ ซิตี้ พร้อมสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกทุบ มาดริด หลังพ่ายยับยกแรก
โรดรี้ ท่ามกลางควันหลงจากความพ่ายแพ้อันน่าเจ็บปวดที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว กองกลางสมอเรือเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2024 ของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาแสดงสปิริตนักสู้ด้วยการส่งข้อความถึงแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมว่า ภารกิจในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025-26 ของพวกเขายังไม่จบลง แม้จะต้องแบกสกอร์ที่ตามหลัง เรอัล มาดริด ถึง 0-3 กลับมาเล่นในบ้านก็ตาม (ข้อมูล ณ วันที่ 16-17 มีนาคม 2026)
ในเกมนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2026) แมนฯ ซิตี้ ต้องเผชิญกับค่ำคืนที่ยากลำบากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อถูกทัพ “ราชันชุดขาว” ของกุนซือ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ถล่มไปถึง 3-0

แฮตทริกประวัติศาสตร์ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ มิดฟิลด์พลังม้าของมาดริด กลายเป็นฝันร้ายของซิตี้ด้วยการซัดแฮตทริกได้ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก (นาทีที่ 20, 27 และ 42) ท่ามกลางการขาดหายไปของสตาร์ดังอย่าง เอ็มบัปเป้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่มีอาการบาดเจ็บ
เกือบจะแย่กว่าเดิม ซิตี้เกือบจะต้องตามหลังถึง 4 ลูก หาก จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารมือหนึ่งคนใหม่ไม่ช่วยเซฟจุดโทษของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในช่วงครึ่งหลังไว้ได้
ความเห็นจากเป๊ป หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่าผลการแข่งขันนี้ทำให้โอกาสเข้ารอบดูห่างไกล แต่เขาก็ยังคงทิ้งท้ายว่า “เราจะพยายาม” ในเกมนัดที่สอง
โรดรี้ ประกาศ เมื่อผมเชื่อ มั่นใจได้เลยว่าเราทำได้
หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและการออกไปเสมอเวสต์แฮม 1-1 ในลีกจนแต้มตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลถึง 9 คะแนน โรดรี้ได้ใช้โอกาสนี้ในการปลุกใจลูกทีมก่อนเกมชี้ชะตาในวันอังคารที่ 17 มีนาคม (คืนนี้)
พลังของเอติฮัด “ผมขอให้ทุกคนเชื่อมั่น สนับสนุนทีมในทุกช่วงเวลา ผมเชื่อจริงๆ! และเมื่อผมเชื่อ มั่นใจได้เลยว่าเราทำได้” โรดรี้กล่าวอย่างหนักแน่น “เราเคยแสดงให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง เราจะทำให้สนามของเราเป็นนรกของคู่แข่ง และถ้าพวกเขา (มาดริด) อยากจะเข้ารอบ พวกเขาต้องเจอกับความทรมานอย่างที่สุด”
ปัญหาที่ต้องแก้ โรดรี้ยอมรับว่าปัญหาใหญ่ของทีมในฤดูกาลนี้คือความเฉียบคม “เราต้องมีความเด็ดขาดมากกว่านี้ ในระดับนี้ถ้าคุณทำประตูไม่ได้ คุณก็ต้องจ่ายราคาแพง แต่นี่ไม่ใช่เวลามาคอตก เราต้องกู้คืนสภาพจิตใจและกลับไปสู้ใหม่”
สถิติในบ้าน สิ่งหนึ่งที่ทำให้โรดรี้มั่นใจคือสถิติการเล่นในบ้านของแมนฯ ซิตี้ ที่ไม่แพ้ใครในเอทิฮัด สเตเดี้ยม มาตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 (รวมกว่า 4 เดือน) โดยชนะถึง 11 จาก 14 นัดหลังสุด
“ถ้าคุณไม่เชื่อว่าเราจะพลิกสถานการณ์ในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ ก็จงอยู่บ้านไปซะ เราไม่มีอะไรจะเสีย และเราจะสู้เพื่อเกียรติของแฟนบอลและสโมสร” — โรดรี้ ท้าทายผู้ที่หมดหวัง (15 มีนาคม 2026)
ปาฏิหาริย์ 2023 จะซ้ำรอยหรือไม่?
ความมั่นใจของโรดรี้และเหล่านักเตะซิตี้ (รวมถึง เฌเรมี่ โดกู ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองเดียวกัน) มีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์ในปี 2023 ที่พวกเขาเคยถล่ม เรอัล มาดริด ในบ้านถึง 4-0 มาแล้ว
แผนการเล่นที่ต้องเปลี่ยน คาดว่าเป๊ปจะปรับทัพมาใช้เกมรุกเต็มตัว โดยมี เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่กำลังกระหายประตูเป็นหัวหอก และหวังว่าการได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลจะช่วยบีบให้มาดริดเกิดความผิดพลาด
หัวใจสำคัญของกลางสนาม โรดรี้จะต้องรับบทหนักทั้งการคุมจังหวะและทำลายเกมสวนกลับของ วินิซิอุส และ บัลเบร์เด้ ซึ่งหากเขาสามารถคุมพื้นที่ตรงกลางได้เหมือนในปี 2023 โอกาสสร้างปาฏิหาริย์ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
บทสรุป: แม้ตัวเลข 0-3 จะดูเป็นภูเขาสูงชันที่ยากจะปีนข้าม แต่สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และผู้นำอย่าง โรดรี้ คำว่า “เป็นไปไม่ได้” ดูจะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขา คืนนี้โลกจะได้รู้กันว่ามนต์ขลังของเอทิฮัด สเตเดี้ยม จะเพียงพอที่จะเขี่ย “ราชาแห่งยุโรป” ตกรอบได้หรือไม่
ติดตามอ่านข่าวฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
สนใจติดตาม ข่าวกีฬา พรีเมียร์ลีก ,บุนเดสลีกา ,ลาลีกา สเปน ,กัลโช่ เซเรีย อา ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส และบอลทีมชาติ อัพเดตรวดเร็วว่องไวพร้อมทีมข่าวชั้นนำ กูรูชื่อดัง 168dooball พร้อมเสนอคัดสรรข่าวกีฬาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง



